08, May 2026
เข้าสู่ช่วงกลางปีแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้าง
หลายคนอาจจะคิดถึงเรื่องของ work-life balance ซึ่งแน่นอนว่า ไม่เคยมีสูตรสำเร็จตายตัว สำหรับบางคน อาจหมายถึงโหมทำงาน เก็บเงินเต็มที่สักครึ่งปี อีกครึ่งปี คือการเดินทางออกไปใช้ชีวิต สำหรับบางคน ประเมินตัวเองทุกไตรมาส หรือบางคนใช้ชีวิตแบบ slow living เมื่อรู้สึกอ่อนล้า จริง ๆ ไม่มีถูกผิด มีเพียงแค่เราเท่านั้นที่รู้ว่า จังหวะชีวิตแบบเรา เหมาะกับการใช้ชีวิตแบบไหน
แต่ยังมีอีกหลายคน ที่อ่อนล้า อ่อนแรง ลำพังแค่นอนพักเต็มที่ช่วงวันหยุดยาว หรือออกไปท่องเที่ยว อาจจะยังไม่พอ แต่การหมั่นสังเกตลักษณะนิสัยหรืออารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ของตัวเองบ่อย ๆ จะช่วยให้เราสามารถแก้ปัญหาเล็ก ๆ น้อยที่กวนใจเราได้มากเลย
เพื่อให้การใช้ชีวิตหลังจากนี้มีแต่เรื่องดี ๆ มีคำแนะนำเกี่ยวกับการปรับตัวปรับใจเพื่อรีชาร์จพลังงานดี ๆ พร้อมแก้ไขอุปนิสัยบางอย่างที่ลดทนพลังงานของเรา tips ที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง มาฝากกันค่ะ
1.รู้สึกหมดไฟ จงอ่าน เคยได้ยินใช่ไหมคะ ว่าพหูสูตร เกิดจากการอ่านมาก ศึกษามาก บางครั้งการหมดไฟ อาจเกิดจากการใช้พลังงานหมดไปกับความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา เมื่อไหร่ที่รู้สึกหมดไฟ หรือ เบิร์นเอาท์ (burn out) ให้หยิบหาหนังสือดี ๆ มาอ่านสักเล่ม พ็อกเก็ตบุ๊ค นิยาย หรือนิตยสารที่เราชอบ จะทำให้เรามีสมาธิมากขึ้นเปลี่ยนโหมดเป็นรับข้อมูล มากกว่าใช้ข้อมูล ซึ่งทำให้สมองประมวลผลทำงานตลอดเวลา การอ่านหนังสือ ช่วยให้เราได้ไอเดียอะไรใหม่ ๆ มาใช้ได้ด้วย
2.รู้สึกโกรธ ฟังเพลง เสียงดนตรี คือเครื่องประโลมจิตใจของเราให้รุ่มร้อนน้อยลง จังหวะของดนตรีช่วยควบคุมหจังวะอารมณ์ของเราได้ ครั้งหน้าเมื่อรู้สึกโกรธ โมโห อารมณ์พลุ่งพล่าน ลองหันมาฟังเพลงที่มีจังหวะเบาสบาย เพื่อช่วยคลูดาวน์อารมณ์ของเราดูนะคะ
3.ขี้เกียจ ลดการใช้หน้าจอมือถือ มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่า ยิ่งเราใช้เวลากับหน้าจอนานเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เราสูญเสียเวลาเพื่อทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น อาการสมองล้า เกิดจากการที่สมองเสพข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามามากจนเกินไป ต้องประมวลข้อมูลตลอดเวลา กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็หมดพลังที่จะไปทำอะไรอย่างอื่นต่อ ทำให้เรารู้สึกขี้เกียจ ดังนั้น ลดเวลาหน้าจอลงใช้เพียงสั้น ๆ เพื่อที่เราจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้นนั่นเอง
4.เครียด ออกไปเดิน คอติซอล ฮอร์โมนความเครียด หนึ่งในสาเหตุของอาการเจ็บป่วยในร่างกาย มีส่วนทำให้อวัยวะภายในหลายส่วนเกดการอักเสบจนกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีรายงานหลายชิ้นระบุว่าการออกกำลังกาย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และลดระดับคอติซอล สารความเครียดที่มีในร่างกายได้ด้วย เดิมทีสารคอติซอลนั้นมีประโยชน์ต่อเราในแง่ของการเตือนภัยเมื่อเราเจอภาวะที่ไม่ปกติ ทำให้เราต้องเตรียมตัวเพื่อรับมือ แต่การมีมากเกินไปก็ทำร้ายเราได้ ดังนั้น การขยับตัวบ่อย ๆ การออกกำลังกายช่วยเราเรื่องนี้ได้
5.รู้สึกวิตกกังวล ฝึกสมาธิ เพื่อจัดระเบียบความคิด และโทนดาวน์อารมณ์ คล้ายกับการฟังเพลง เพื่อลดระดับอารมณ์โกรธ อารมณ์ที่พลุ่งพล่าน จากความกังวลส่งผลต่อใจเรามากกว่าที่คิด การทำสมาธิ หรือการฝึกสมาธิเป็นประจำ ช่วยให้เรารู้ทันจิตสำนึกของตนเอง เมื่อใดที่เกิดความรู้สึกวิตกกังวล การทำสมาธิจะทำให้รู้สึกกังวลน้อยลง แต่หากเป็นอาการของโรคแพนิด ปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาที่เหมาะสมต่อไป
6.รู้สึกเหงา โดดเดี่ยว โทรหาเพื่อน เพราะเพื่อนคือผู้ที่รับฟังทุกปัญหา ทุกเรื่องราว และเพื่อนมักให้ความรู้สึกดี ๆ กับเราเสมอ ไปจนถึงการเปิดมุมมองใหม่ ๆ ที่เพื่อนของเราสามารถชี้ให้เห็นได้ เมื่อไหร่ที่รู้สึกเหงา หรืออยากมีใครสักคนให้รับฟังเรื่องราวของเรา โทรหาเพื่อนซะ
7.เหนื่อย งีบสักครู่ ประโยชน์ของการงีบ ช่วยเพิ่มพลังงาน และความตื่นตัว สมองปลอดโปร่ง มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การพักงีบสัก 10-20 นาที ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจำและการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น ไม่เสียหายอะไร ถ้าช่วงบ่ายเราจะงีบสักนิด เพื่อให้เรารีเฟรชตัวเองยามบ่ายได้
8.คิดมาก เขียนมันออกมา การถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกออกมาเป็นตัวอักษร เป็นการระบายความเครียดทางอารมณ์ได้ดีอย่างหนึ่ง การเขียนจะช่วยเรียบเรียง จัดระเบียบความคิดของเราให้เป็นระบบ เมื่อเวลาผ่านไป จะทำให้เราตระหนักถึงภาวะทางความคิด และอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น มีวิธีการมากมายเกี่ยวกับการเขียน ลองศึกษาแนวทาง ๆ ดูได้ด้วยตนเอง
9.เศร้า เสียใจ ผิดหวัง ลองฝึกโยคะ เพราะนอกจากบริหารร่างกายและลมหายใจให้เป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว จะเป็นการฝึกจิตให้อยู่กับปัจจุบันขณะ ทำให้เรามองเห็นสภาวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น คงอยู่ และผ่านไป ดังนั้นการฝึกโยคะ จะช่วยให้เรามองความเศร้า ความเสียใจ หรือความผิดหวังต่าง ๆ เป็นสภาวะหนึ่งที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป นอกจากนี้ การบริหารร่างกายด้วยการยืดเหยียดร่วมกับการหายใจ เป็นการดูแลร่างกายและจิตใจของเราไปพร้อมกัน ๆ ประโยชน์ของการฝึกโยคะ มีมากมาย สามารถถึงได้หลายรูปแบบ ลองค้นหาข้อมูลดูเพิ่มเติมได้ค่ะ
ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว คำนี้ใช้ได้เสมอ ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่สงบสุขอย่างที่ทุกคนอยากเป็น ใช้ชีวิตทุกวันให้คุ้มค่า แต่ก็อย่าลืมดูแลกายและใจของเราควบคู่กันไปด้วย เพื่อทุกวันเป็นวันที่ดีของเราค่ะ